Single Blog Title

This is a single blog caption
อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม

อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ประวัติ สโมสร Ajax Amsterdam

อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ประวัติ สโมสร Ajax Amsterdam สุดยอดทีมดัตช์แห่งยุคนี้ คือ เอเอฟซี

อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัมสโมสรฟุตบอลอัมสเตอร์ดัม “อายักซ์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม (อังกฤษ: Ajax Amsterdam) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก จากข้อมูลของสมาพันธ์ประวัติและสถิติฟุตบอลนานาชาติ อายักซ์ติดอยู่อันดับ 7 ของสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุโรปในศตวรรษที่ 20 เป็นหนึ่งใน 5 สโมสรที่ชนะการแข่งขันยูโรเปียนคัพ ถึง 3 สมัยติดต่อกันในปี 1971–1973 และในปี ค.ศ. 1972 ทีมชนะการแข่งขันลีกเอเรอดีวีซี, เคเอ็นวีบีคัพ และยูโรเปียนคัพ ส่วนถ้วยการแข่งขันระหว่างประเทศที่อายักซ์ได้รับคือ ถ้วยอินเตอร์คอนติเนนทัลคัพ 1995 และแชมเปียนส์ลีก 1995

สโมสรอายักซ์เล่นในสนามกีฬาอัมสเตอร์ดัมอาเรนา ที่เปิดเมื่อปี ค.ศ. 1996

ชื่อของสโมสรอายักซ์ มาจากชื่อของอาแจกซ์ วีรบุรุษในตำนานสงครามกรุงทรอย

ในปี ค.ศ. 2016 สัญลักษณ์ทีมอายักซ์ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารโฟร์โฟร์ทู นิตยสารฟุตบอลระดับโลกให้เป็นสัญลักษณ์ทีมฟุตบอลที่สวยที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก

อาแจ็กซ์ อาจไม่ได้โชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่ต้นเหมือนแชมป์ประเทศอื่น แต่ค่อยๆไต่เต้าขึ้นจากอันดับ 5 หลังจบเกมที่ 11 มารั้งอันดับ 4 ทั้งหมด 5 สัปดาห์ จากนั้นครองอันดับ 3 นาน 4 นัด ก่อนขยับสู่ตำแหน่งรองจ่าฝูง 5 สัปดาห์ และเพิ่งขึ้นนำลีกตั้งแต่แมตช์ที่ 26 ช่วงต้นเดือนมีนาคม โดยเขี่ย พีเอสวี ซึ่งทำผลงานไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร (แพ้ทีมอย่าง แอร์คาเซ วาลไวค์, เอฟเซ อูเทร็คท์, เพเอเซ ซโวลล์),

ลงมาอยู่อันดับ 2 จนฝ่ายหลังพลาดโอกาสกลับมาซิวแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 5 ปี และทำให้ อาแจ็กซ์ ทำสถิติครองแชมป์ลีกดัตช์ 32 สมัย มากสุดเป็นประวัติศาสตร์ต่อไป ทิ้งห่าง พีเอสวี มากถึง 11 หน ฝ่ายหลังคงต้องช้ำใจมากแน่ เพราะฤดูกาลนี้อุตส่าห์ยิงเกิน 100 ประตู

(เฉลี่ยเกมละ 3 ลูก) และมีผลงานแมตช์เหย้าดีสุด (อาแจ็กซ์ อยู่ที่ 3) แต่ไม่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในลีก เพราะแพ้ถึง 8 นัด มากกว่าทีมแชมป์ 4 เท่าตัว

ฤดูกาลนี้ต้องยอมให้ อาแจ็กซ์ จริงๆเพราะชนะ 6 นัดรวดถึง 2 ช่วง (สัปดาห์ที่ 12-17, 25-30) ไม่แพ้ติดต่อกัน 13 แมตช์ (สัปดาห์ที่ 21-33) ขนาด พีเอสวี ยังเคยพ่าย อาแจ็กซ์ 1-3 ก่อนโดนบุกเชือดคาบ้าน 2-3 เฟเยนูร์ด ร็อตเตอร์ดัม, อาเซ็ต อัล์คมาร์, เอฟเซ ทเวนเต้

ต่างถูกแชมป์ทีมใหม่เอาชนะมาแล้วทั้งสิ้น เหลือเชื่อว่าทั้ง 2 ครั้งที่ อาแจ็กซ์ แพ้ในลีกฤดูกาลนี้ เป็นการเจอ วิเทสส์ อาร์เน่ม ทั้งหมด (พ่ายคารัง 0-2, ไปเยือนก็โดนอีก 2-3 ทั้งๆ อาแจ็กซ์ นำก่อน 2-0)

แต่ประเด็นสำคัญที่ช่วยให้ไม่มีใครในลีกสู้พวกเขาได้ตลอด 3 ฤดูกาลหลัง ก็คือการมีผลงานนอกบ้านดีสุด 3 ปีซ้อน รวมแล้วแพ้รวมกันแค่ 7 เกมเท่านั้น มีหลายหนที่ อาแจ็กซ์ เกือบตาย แต่สามารถกลับมาเอาตัวรอดกันอยู่เรื่อยๆ เช่นเสมอ เอสเซ ฮีเรนวีน โดยเจ้าถิ่นยิงจุดโทษไม่เข้าลูกหนึ่งด้วย หรือยิง 2 ประตูใน 8 นาทีสุดท้าน ทำให้พลิกสถานการณ์จนแซงชนะ โรด้า เยเซ 2-1

บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จคือ แฟร้งค์ เด บัวร์ กุนซิอผู้เป็นลูกหม้อของสโมสร

อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม และ ยูเวนตุส ได้แชมป์โดยไม่มีนักเตะคนไหนยิงมากเป็นพิเศษ ทุกคนมีความโดดเด่นเท่ากัน ต่างก็ตรงแชมป์ลีกดัตช์ไม่ใช้ 3 กองหลังแบบทีม “ม้าลาย” แต่มี 3 ประสานในแนวรุกภายใต้ระบบการเล่น 4-1-2-3 ซึ่งพวกเขาถือเป็นต้นแบบ ดาวซัลโวสูงสุดของพวกเขาล่าสุดคือ ซีม เด ยองก์ จอมทัพกัปตันทีม (12 ประตู) รองมาเป็น 3 แข้งเดนมาร์ก

นำโดย วิคเตอร์ ฟิชเชอร์ กองหน้าดาวรุ่งวัย 18, คริสเตียน อีริคเซ่น มิดฟิลด์ผู้มีข่าว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อยากได้ไปแทน มาริโอ เกิตเซ่ และ ลาสเซ่ โขเน่ จอมทัพที่เพิ่งย้ายมาฟรีจาก เอ็นเอเซ ไนจ์เมเก้น ไม่ต้องแปลกใจว่า อาแจ็กซ์ มีดาวรุ่ง หรือพวกโนเนมเยอะ

เพราะพวกเขาคือต้นแบบการพัฒนานักเตะเยาวชน ซึ่งหลายสโมสรทั่วโลกนำเอาไปใช้ รวมถึง บาร์เซโลน่า เพราะผู้ริเริ่มการตั้ง ลา มาเซีย ก็คือ โยฮัน ครอยฟ์ หนึ่งในตำนานลูกหนังโลก ที่เป็นผลิตผลของ อาแจ็กซ์ ด้วยนั่นเอง

ทีมเดียวที่ อาแจ็กซ์ (กลาง) แพ้ในลีกฤดูกาลนี้ก็คือ วิเทสส์ (เสื้อเข้ม)

ฤดูกาลนี้นักเตะแพงสุดที่ อาแจ็กซ์ ซื้อมาคือ นิคลาส มอยซานเดอร์ เซนเตอร์แบ๊กทีมชาติฟินแลนด์ ซึ่งคว้าจาก อัล์คมาร์ 4 ล้านยูโร ขณะขาย แยน แฟร์ตองเก้น

คนเดียวก็ได้มาแล้ว 12.5 ล้านยูโร แม้เสียทั้งกองหลังทีมชาติเบลเยียมคนนี้ รวมถึง เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, ฟูร์นอน อนิต้า หรือ อันเดร ออยเยอร์ แขวนสตั๊ด แต่ อาแจ็กซ์ ยังคงแข็งแกร่งด้วยสายเลือดใหม่อย่าง ฟิชเชอร์

(มาจาก เอฟซี มิดทิลลันด์ ตั้งแต่ปี 2011), โทเบียส ซาน่า ดาวเตะทีมชาติสวีเดน เชื้อสายบูร์กินา ฟาโซ (ค่าตัวแค่ 400,000 ยูโร จาก ไอเอฟเค โกเตเบิร์ก) รวมทั้งเด็กปั้นของตัวเองอย่าง โจดี้ ลูโกกิ กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี เชื้อสายสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

ที่สามารถประสานงานได้กลมกลืนกับรุ่นพี่ตัวเก๋าเช่น โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ริคาร์โด้ ฟาน ไรน์, ดาลีย์ บลินด์, เดิร์ค โบเออร์ริดเตอร์, คริสเตียน โพลเซ่น หรือ ไรอัน บาเบ้ล

วิคเตอร์ ฟิชเชอร์ กองหน้าดาวรุ่งในยุคปัจจุบันของ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม

อาแจ็กซ์ ไม่ได้ใช้เด็กปั้นของตัวเองในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสตาฟฟ์โค้ชด้วย เพราะกุนซือ แฟร้งค์ เด บัวร์ เป็นกองหลังชุดแชมป์ ยูฟ่า คัพ 1992, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1995 และ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ 1995 ผู้กลับมาช่วยสโมสรคว้าแชมป์ลีก 3 สมัยซ้อน ส่วน เดนนิส เบิร์กแคมป์ ผู้ช่วยเทรนเนอร์ คือกองหน้าชุดแชมป์ คัพวินเนอร์ส คัพ 1987 กับ ยูฟ่า คัพ 1992

เขากำลังเติบโตในอาชีพโค้ชที่ค่ายเดิมซึ่งเคยสร้างชื่อให้เขาสมัยเป็นนักเตะ ขณะผู้ประสานงานฝ่ายเยาวชน หัวใจสำคัญของสโมสร นำโดย วิม ยองก์ อดีตมิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ ช่วงปี 1988

โปรโมชั่น สปอร์ติ้ง ลิสบอน
คืนยอดเสีย 5% สูงสุด 2,000 บาท
สมัครสมาชิกตอนนี้ 300 ฟรี 200 บาท
แนะนำเพื่อนรับทันที 200 บาท
สมัครสมาชิก ID LINE : @win666

กลับหน้าหลัก

Leave a Reply