Single Blog Title

This is a single blog caption
ปาร์มา

ปาร์มา ประวัติ สโมสร Parma

ปาร์มา เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จทีมหนึ่งในช่วงหลังปี 1990 เป็นต้นมา ด้วยการได้แชมป์ยูฟ่าคัพ 2 สมัย แชมป์โคปปาอิตาเลีย 3 สมัย อิตาเลียนซูเปอร์คัพ 1 สมัย และเกือบจะได้แชมป์กัลโชเซเรียอาเป็นครั้งแรกของสโมสรในฤดูกาล 1996-1997 โดยมีแต้มน้อยกว่ายูเวนตุสที่เป็นแชมป์เพียง 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งช่วงที่ผ่านมานั้นถือได้ว่าเป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดของสโมสรก็ว่าได้ ปาร์มาเพี่งจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในเซเรียอาในฤดูกาลปี 1989-1990 และในฤดูกาลแรกที่อยู่ในเซเรียอาก็สามารถยีนอยู่อันดับ 5 ได้โดยได้สิทธิ์ไปเล่นบอลยูฟ่าคัพ ก่อนที่ 4 ปีให้หลังจะคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพเป็นสมัยแรกในฤดูกาล 1994-1995 ได้สำเร็จ

 

สมาคมกีฬาสมัครเล่นปาร์มากัลโช 1913 (อิตาลี: Società Sportiva Dilettantistica Parma Calcio 1913) ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1913 ตั้งอยู่ในเมืองปาร์มา แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ประเทศอิตาลีโดยครั้งแรกใช้ชื่อว่าสโมสรฟุตบอลแวร์ดี ตามชื่อจูเซปเป แวร์ดี นักอุปรากรที่มีชื่อเสียงซึ่งเกิดที่เมืองปาร์มา ต่อมาในเดือนธันวาคมก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสโมสรฟุตบอลปาร์มา สโมสรเริ่มเล่นบอลลีกครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1919-1920 ต่อมาได้ถูกศาลสั่งฟ้องล้มละลายเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 และเปลี่ยนชื่อสืบทอดมาเป็นปัจจุบัน

เกียรติประวัติ

อิตาลี ระดับประเทศ

  • เซเรียอา
    • รองชนะเลิศ (1): 1996–97
  • โคปปาอิตาเลีย
    • ชนะเลิศ (3): 1991–92, 1998–99, 2001–02
    • รองชนะเลิศ (2): 1994–95, 2000–01
  • ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา
    • ชนะเลิศ (1): 1999

ยุโรป ระดับทวีปยุโรป

  • ยูฟ่าคัพ/ยูฟ่ายูโรปาลีก
    • ชนะเลิศ (2): 1994–95, 1998–99
  • ยูฟ่าซูเปอร์คัพ
    • ชนะเลิศ (1): 1993
  • ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ
    • ชนะเลิศ (1): 1992–93
    • รองชนะเลิศ (1): 1993–94

ตำนานยุค 90s รีเทิร์น ปาร์มา กับการกลับมาพร้อมชุดแข่งใหม่ที่ใครๆ ต้องเหลียวมอง

ถ้าใครเกิดมา และโตทันพอที่จะได้ติดตามดูฟุตบอลในยุค 90s หรือตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา เชื่อว่า น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักสโมสรชื่อ ปาร์ม่า ในศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งโด่งดังมากในช่วงนั้น โดยถือว่า ปาร์ม่า เป็นต้นสังกัดของบรรดานักฟุตบอลระดับโลก, ระดับตำนานมากมาย

ยกตัวอย่าง เช่น จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน, ลิลิยอง ตูราม, ฟาบิโอ คันนาว่าโร่, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, เฮอร์นัน เครสโป, เอ็นริโก้ เคียซ่า, ดิโน่ บาจโจ้, พาทริค เอ็มโบม่า รวมถึง ฮริสโต้ สตอยคอฟ

ในยุคนั้น พวกเขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยถือเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมาก ในช่วงหลังปี 1990 เป็นต้นมา ได้ทั้งแชมป์ ยูฟ่า คัพ 2 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์คัพ 1 สมัย และเกือบได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา เป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 1996-1997 แต่จากนั้น เป็นต้นมา สโมสรก็เริ่มตกต่ำ จนต้องขายนักฟุตบอลชื่อดังไปหลายคน ทำให้ทีมเป๋ไป

กระทั่งในปี 2015 กลายเป็นว่า พวกเขาต้องหล่นไปอยู่ใน กัลโช่ เซเรีย ดี หลังประสบปัญหาทางการเงินจนล้มละลาย แต่ด้วยความใจสู้ ในที่สุด ปาร์ม่า ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกที่เลื่อนชั้นจากลีกล่างสุดสู่ลีกสูงสุดได้ใน 3 ปี (ขึ้นมาปีละชั้น) ซึ่งทำให้แฟนฟุตบอลยุค 90s ต่างร่วมแสดงความยินดีที่ 1 ในสโมสรระดับตำนานได้กลับมาสู่ลีกชั้นบนอย่าง กัลโช่ เซเรีย อา อีก

โดยภาพที่แฟนฟุตบอลยุค 90s คุ้นเคยกันคือ ปาร์ม่า กับชุดแข่งสีน้ำเงิน-สีเหลือง แต่ปัจจุบัน ปาร์ม่า ใช้ชุดแข่งหลัก (เหย้า) สีขาว-ดำ, ชุดเยือน สีน้ำเงิน-สีเหลือง และชุดแบบที่ 3 อีกหลายสี

การกลับมาของ ปาร์ม่า ไม่ได้เป็นที่ฮือฮาแค่ในแง่การคืนสู่ลีกสูงสุดได้เร็ว แต่ยังเป็นเรื่องของชุดแข่ง ซึ่งเปิดตัว ด้วยแบบที่ 3 ก่อน โดยตัวนี้ได้รับชมว่า ‘เยี่ยมยอด’ จากสื่อหลายสำนัก ด้วยเสื้อสีพื้นสีดำบวกขาวในส่วนตรา, โลโก้ และฟ้อนต์ ที่ดึงมาจากชุดแข่งระดับตำนานในปี 1970 รวมถึงดีไซน์กากบาท ซึ่งเล่นกับเฉดสีน้ำเงิน และเหลือง อันติดตาตรึงใจแฟนฟุตบอลมาตลอด

“ปาร์ม่า” คืนชีพ กลับสู่เซเรีย อา ถูกใจคอบอลยุค 90

ฟุตบอลยุโรปฤดูกาล 2017-2018 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการสำหรับทีมส่วนใหญ่ ตำแหน่งแชมป์ ทีมตกชั้น-เลื่อนชั้น และโควตาต่าง ๆ ก็รู้ผลกันไปหมด แต่เชื่อว่าบทสรุปลีกยุโรปที่ทำให้แฟนบอลยุค 90s กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง คือช่วงเวลาที่รู้ว่า ปาร์ม่า สโมสรจากอิตาลีที่เคยโด่งดังเป็นทีมแถวหน้าของทวีปเพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง

เกมสุดท้ายของเซเรีย บี อิตาลี ปาร์ม่า ได้ผลที่ต้องการ และโชคชะตาเป็นใจให้ โดยพวกเขาเก็บ 3 แต้ม ขณะที่โฟรซิโนเน่ ทีมที่ขับเคี่ยวแย่งอันดับ 2 เพื่อเลื่อนชั้นอัตโนมัติพลาดเสมอคู่แข่ง 2-2 เก็บได้แต้มเดียว เท่ากับว่าปาร์ม่า ขยับมาจบอันดับ 2 แทน นั่นทำให้พลพรรค “จัลโลบลู” เลื่อนชั้นกลับมาลีกสูงสุดของอิตาลีได้ ความสำเร็จครั้งนี้ยังเป็นสถิติการเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังอิตาลีด้วย โดยพวกเขาเลื่อนชั้นติดกัน 3 ปีซ้อน หลังต้องตกชั้นจากปัญหาล้มละลายเมื่อปี 2015

ฤดูกาลที่จะมาถึงนี้ แฟนบอลยุค 90s จะได้ติดตามทีมรักที่เคยสร้างความทรงจำร่วมกันในหลายแง่มุมในฤดูกาลหน้าอีกครั้ง ซึ่งการได้เห็นปาร์ม่ากลับมาโลดแล่นในเซเรีย อา อิตาลี ทำให้ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาที่ทีมสร้างชื่อเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนซึ่งเป็นยุคที่ฟุตบอลอิตาลีเฟื่องฟู

ปาร์ม่าช่วงกลางยุค 90s คือช่วงที่มีนักเตะฝีเท้าชั้นยอดระดับตำนานคับคั่ง อาทิ จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, เฮร์นัน เครสโป, เอ็นริโก้ เคียซ่า, จิอันฟรังโก โซล่า, ลีลิยง ตูราม, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน และผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนที่ติดกุนซือผลงานยอดเยี่ยมอันดับต้นของโลกอย่าง คาร์โล อันเชลอตติ ก็เคยพาปาร์ม่าประสบความสำเร็จติดอันดับ 2 ในเซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 1996-1997 ได้ตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ปาร์ม่าโด่งดังขีดสุดภายใต้การคุมทีมของ เนวิโอ สกาลา ต้นยุค 90s ซึ่งกุนซือชาวอิตาเลียน พาทีมเลื่อนชั้นจากเซเรีย บี มาลีกสูงสุด จากนั้นเข็นทีมไปจนคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย พร้อมกับความสำเร็จในสโมสรยุโรปในรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ ตามด้วยยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ (หรือยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ในปัจจุบัน) ปี 1993 และยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ในปี 1995 ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคแห่งสีเสื้อเหลือง-น้ำเงิน โดดเด่นในวงการลูกหนังยุโรป

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับปาร์ม่าคือ พวกเขาเจอปัญหาสภาวะการเงินหลายครั้งในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ในช่วงที่สกาลาเข้ามาทำงาน เขาได้รับการหนุนหลังจากนายทุนกระเป๋าหนาที่เป็นผู้บริหารบริษัทปาร์มาลัต บริษัทด้านอาหารแห่งใหญ่ในอิตาลี ส่วนทีมยุค คาร์โล อันเชลอตติ ก็เคยมีเสียงร่ำลือกันว่าอันเช่ มีโอกาสคว้าตัว โรแบร์โต้ บาจโจ้ หัวหอกทีมชาติอิตาลีมาร่วมทีม แต่สุดท้ายแฟนปาร์ม่าไม่ได้เห็นวันนั้นเกิดขึ้น

 

 

Leave a Reply