Single Blog Title

This is a single blog caption
ลาซิโอ

ลาซิโอ ประวัติ สโมสร Lazio

ลาซิโอ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1900 ในเขตการปกครองของปราติ โรม ลัตซีโยเล่นเกมส์ฟุตบอลอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1910 เข้าร่วมการแข่งขันในลีกเมื่อปี ค.ศ. 1912 เป็นสโมสรที่ทำการเข้าแข่งขันที่เร็วที่สุดหรือเป็นสโมสรแรกที่สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีเริ่มให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลในเมืองทางใต้ของอิตาลีและได้รางวัลรองชนะเลิศถึงสามครั้งในปี ค.ศ. 1913 ไปให้กับ โปร เวอเซลลิ, ในปี ค.ศ. 1914 ไปให้กับ สโมสรฟุตบอลคาสาเล และในปี ค.ศ. 1923 เสียให้กับเจนัว 1893

ในปี ค.ศ. 1927 มาริโอ อัซซิ เป็นเพียงคนเดียวในสโมสรฟุตบอลโรมาที่ให้ความสำคัญในการต่อต้านความพยายามของระบอบฟาสซิสต์ที่จะผสานในการสร้างทีมของเมืองทั้งหมดให้กับสโมสรฟุตบอลโรมาในปีเดียวกัน

 

ประวัติ ลาซิโอ

โซชีเอตาสปอร์ตีวาลาซีโอ (อิตาลี: Società Sportiva Lazio) สโมสรลาซีโอก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1900 ตามชื่อแคว้นลัตซีโยที่ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองหลวงคือกรุงโรมในประเทศอิตาลี สีของทีมลาซีโอใช้สีฟ้าขาวซึ่งได้แรงบรรดาลใจมาจากธงประเทศกรีซ ทีมฟุตบอลนี้เป็นทีมขนาดใหญ่ทีมหนึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีผลงานอยู่ในอันดับบนของตารางมาโดยตลอด สามารถคว้าแชมป์สกูเดตโตได้ 2 สมัย คือในฤดูกาลปี 1973-1974 และฤดูกาล 1999-2000

สโมสรกีฬาลาซีโอ (Società Sportiva Lazio, S.S. Lazio) เป็นสโมสรกีฬาที่มีทั้งหมด 37 ชนิด โดยกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่โดดเด่นที่สุดของสโมสร โดยสัญลักษณ์ที่ใช้คือ นกอินทรีฟ้าขาว ทีมฟุตบอลลัตซีโยเป็นทีมเก่าแก่ทีมแรกของกรุงโรม โดยก่อตั้งก่อนทีมสโมสรฟุตบอลโรมา 27 ปี

 

เกียรติประวัติ

อิตาลี ระดับประเทศ

  • เซเรียอา
    • ชนะเลิศ (2): 1973–74 , 1999–00
  • โกปปาอีตาเลีย
    • ชนะเลิศ (7): 1958, 1997–98, 1999–00, 2003–04, 2008–09, 2012–13, 2018–19
  • ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา
    • ชนะเลิศ (4): 1998, 2000, 2009, 2019
  • เซเรียบี
    • ชนะเลิศ (1): 1968–69

ยุโรป ระดับทวีปยุโรป

  • ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ
    • ชนะเลิศ (1): 1998–99
  • ยูฟ่าซูเปอร์คัพ
    • ชนะเลิศ (1): 1999

ลาซิโอกับ 20 ปีที่พวกเขาถูกมองข้าม

หมุนเข็มนาฬิกากลับไปยังยุคทองของ ลาซิโอ ในช่วงต้นยุคมิลเลนเนียม ไม่มีแฟนบอลคนไหนไม่รู้จัก พาเวล เนดเวด, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, ดิเอโก้ ซิเมโอเน่, ซินิซ่า มิไฮโลวิช, อเลสซานโดร เนสต้า รวมไปถึงดาวยิงชิลีเจ้าของสมญา ‘เอล มาทาดอร์’​ อย่าง มาร์เซโล่ ซาลาส
แต่ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงหลงลืมนักเตะที่ไม่หวือหวา ทว่าเป็นส่วนสำคัญของทีมชุดนั้นอย่าง มัทเธียส อัลเมย์ด้า, ลูก้า มาร์เคะจานี่, จูเซ็ปเป้ ฟาวัลลี่, เปาโล เนโกร, เฟอร์นานโด คูโต้ และช่วยจดจำชื่อของกองหน้าผู้เงียบขรึมคนนี้ไว้ด้วยอีกคน คนที่ชื่อ “ซิโมเน่ อินซากี้”
แชมป์ลีกครั้งสุดท้ายของลาซิโอเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมปี 2000
 ในตอนนั้น ยูเวนตุสมีคะแนนนำอินทรีฟ้าขาวอยู่ไกลสุดกู่ถึง 9 คะแนน แต่รถผ้าป่าจากตูรินเริ่มเสียการทรงตัวทีละนิด ไล่ตั้งแต่แพ้มิลาน, แพ้เวโรน่า และที่สำคัญคือการแพ้ลาซิโอคาเดลเล่ อัลปิจากประตูโทนของดิเอโก้ ซิเมโอเน่
การขับเคี่ยวยืดเยื้อไปจนถึงนัดสุดท้าย
ยูเวนตุสมีคะแนนมากกว่าลาซิโออยู่ 2 คะแนน แต่สุดท้ายพลพรรคม้าลายกลับบุกไปพ่ายเปรูจา 0-1 ส่วนลาซิโอเปิดบ้านถล่มเรจจิน่าไปสบายเกือก 3-0 โดยได้ประตูจากซิโมเน่ อินซากี้, ฮวน เซบาสเตียน เวรอนและดิเอโก้ ซิเมโอเน่ แซงป้ายคว้าแชมป์ลีกอิตาลีไปครองอย่างยิ่งใหญ่และขึ้นแท่นเป็น 1 ในคลาสสิค โมเมนต์ของกัลโช่ เซเรีย อาอีกด้วย คล้อยหลังจากคว้าสคูเด็ตโต้มาแค่ 2 ปี พญาอินทรีที่กำลังจะติดไอพ่นบินสูงกลับต้องประสบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสียสเวน โกรัน อิริคส์สันไปให้กับทีมชาติอังกฤษ, การสูญเสียพาเวล เนดเวด, เซบา เวรอน และที่หนักหนาสาหัสเลยก็คือการที่ประธานสโมสรของพวกเขาถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งหลังมีคดีเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินและการฉ้อโกง
ซึ่งแน่นอนว่ามันกระทบชิ่งไปถึงการเงินของสโมสรเข้าอย่างจัง
ฤดูกาล 2002-03 ลาซิโอจำต้องปล่อยกัปตันทีมสุดรักอย่างอเลสซานโดร เนสต้าและเอร์นัน เครสโปดาวซัลโวประจำทีมออกไปให้กับ 2 ทีมจากเมืองมิลานอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อแลกกับเงินก้อนโตมาพยุงค่าใช้จ่ายในทีม พวกเขาเคยเหลือนักเตะชุดใหญ่ในทีมให้ใช้งานเพียงแค่ 15 คนเท่านั้นตอนช่วงปี 2014 ก่อนที่จะต้องหันไปทาบทาม “เปาโล ดิ คานิโอ” ดาวยิงจอมเดือดวัย 36 ปีให้มาช่วยทีม ซึ่งในเวลานั้นดิ คานิโอยอมหั่นค่าเหนื่อยตัวเองลงถึง 75% เพื่อได้รับใช้สโมสรที่เขาเชียร์มาตั้งแต่เด็ก
ถ้าคิดว่านั่นหนักแล้ว ยังครับ! มันยังมีที่หนักกว่านั้นอีก ก็กัลโช่โปลีนั่นไง
จากคดีอื้อฉาวในคราวนั้น ลาซิโอก็เป็นอีกทีมที่โดนหางเลขไปกับเค้าด้วย แม้จะจบด้วยอันดับ 6 แต่ผลพวงจากกัลโช่โปลีจึงทำให้พญาอินทรีแห่งโรมถูกลงทัณฑ์ด้วยการปรับถึง 30 คะแนน ส่งผลยังอันดับในตารางคะแนนร่วงกราวมาอยู่ที่ 16 แถมยังถูกตัดสิทธิ์อดไปเล่นยูฟ่า คัพอีกต่างหาก
แต่รู้มั้ยครับ…
ไม่ว่าจะเป็นห้วงเวลายิ่งใหญ่หรือกระทั่งห้วงเวลาที่เป็นวิกฤติทุกวิกฤติ​ของลาซิโอตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปี 2010 พวกเขามีคนคนนึงที่อยู่เคียงข้างกับทีมมาตลอดไม่เคยทิ้งไปไหน แม้ช่วงปลายอาชีพจะเคยถูกปล่อยยืมไปยังซามพ์โดเรียกับอตาลันต้ามาช่วงสั้น ๆ ก็ตาม
ซิโมเน่ อินซากี้
คือคนคนนั้น
ซิโมเน่อาจเป็นนักเตะที่ไม่ได้มีชื่อเสียงคับยุโรปแบบพี่ชายเขาก็จริง แต่เรื่องงานโค้ชแล้ว ผมว่าซิโมเน่ไม่ใช่เล่น ๆ เลย
หลังแขวนสตั๊ดในปี 2010, ลาซิโอแต่งตั้งให้อินซากี้ผู้น้องดูแลงานโค้ชเยาวชนมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ทีมรุ่นจิ๋ว, ทีมอายุต่ำกว่า 17 ปีและทีมชุดพรีมาเวร่าในปี 2014

กราฟชีวิตงานโค้ชของซิโมเน่เหมือนรถไฟเหาะครับ

หลังจากทำผลงานได้ดีในทีมพรีมาเวร่า เขาก็ได้รับโอกาสให้รับหน้าที่คุมลาซิโอแบบขัดตาทัพในฤดูกาล 2015-16 หลังจากที่ “เคลาดิโอ โลลิโต้” ประกาศปลด “สเตฟาโน่ ปิโอลี่” ตอนช่วงเดือนเมษายน
และแม้จะทำผลงานได้น่าพอใจในช่วงฤดูกาลที่เหลือ แต่เขาก็ยังคงถูกหมางเมินจากประธานสโมสรเหมือนสมัยเป็นนักเตะไม่มีผิด โดยโลลิโต้ได้ตัดสินใจเลือกแต่งตั้ง “มาร์เชโล่ บิเอลซ่า” เข้ามาคุมทีมแทนตอนปรี ซีซั่นฤดูกาล 2016-17
เมื่อรู้ว่าลาซิโอมองผ่านเขาไปอีกครั้ง…
ซิโมเน่เหมือนใจสลาย เขาเตรียมพาตัวเองไปลุยงานกับทีมในเซเรีย บี โดยตอนนั้นการเซ็นสัญญากับทีมใหม่กำลังจะลุล่วงอยู่รอมร่อ ทว่าจู่ ๆ บิเอลซ่าก็ลาออกจากลาซิโอหลังเข้ารับตำแหน่งเพียงแค่ 7 วันเสียอย่างนั้น!
ลือกันว่า บิเอลซ่าต้องการแก้เผ็ดโลลิโต้ที่ผิดคำพูดกับเขาก่อนตอนจะเซ็นสัญญา นั่นเลยเป็นเหตุที่ทำให้ซิโมเน่ถูกเรียกตัวกลับมาคุมลาซิโอชุดใหญ่อีกครั้งภายใต้สัญญาคุมทีมถาวร ไม่ใช่ขัดตาทัพอีกต่อไปแล้ว
และหลังจากนั้นอินทรีป่วยตัวนี้ ก็ค่อย ๆ สมานบาดแผลจนพอมีแรงกลับมาบินสูงได้แบบที่เห็นในปัจจุบัน
ลาซิโอภายใต้การคุมทีมของอินซากี้ผู้น้องนั้นแอบบินสูงซุ่มเงียบมาโดยตลอด รู้ตัวกันอีกทีก็สามารถตบยูเวนตุสพร้อมคว้าแชมป์ซุปเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่าในฤดูกาล 2017-18 ไปแบบดื้อ ๆ แถมยังพาลาซิโอจบอันดับ 5 ในตารางได้อีกด้วย
ฤดูกาลถัดมา เขายังสามารถพาทีมคว้าถ้วยโคปปา อิตาเลียมาครองได้อีกใบ ก่อนจะต่อยอดมาในฤดูกาลนี้กับการตบยูเว่ ( อีกครั้ง )​ ในถ้วยซุปเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่าเมื่อต้นปีไปแบบขาดลอย 3-1
กับระบบการเล่น 3-5-2 ที่ใครต่อใครต่างมองว่าเป็นการเล่นแบบตีหัวเข้าบ้าน แต่ซิโมเน่กลับแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ด้วยระบบนี้เขาสามารถรังสรรค์ให้ทีมเล่นเกมรุกอย่างสะเด็ดสะเด่าชนิดที่แม้แต่ยูเวนตุสหรืออินเตอร์ยังต้องอาย
26 นัดในลีก ยิงได้ 60, เสียแค่ 23, ผลต่างประตูได้เสียมากที่สุดในลีก และที่สำคัญ…
พวกเขากำลังนำเป็นจ่าฝูงบอลอิตาลีในเวลานี้อีกด้วย
แม้ใครหลายคนจะยังยกให้อินเตอร์กับยูเวนตุสเป็นตัวเต็ง แต่อย่าลืมว่าอินทรีตัวนี้สามารถใส่เต็มสูบได้ทุกนัดที่เหลือเนื่องจากตกรอบฟุตบอลถ้วยไปหมดแล้วทุกรายการและยังลงเล่นโดยไม่มีความกดดันอะไรเลย
เพราะเท่าที่มาถึงจุดนี้ได้ มันก็เกินจากที่พวกเขาตั้งธงไว้ไกลมากแล้ว
เมื่อส่องโปรแกรมช่วงเดือนสุดท้าย เราจะพบว่าลาซิโอเจอโปรแกรมเบากว่ายูเวนตุสกับอินเตอร์เสียอีก
และไม่ว่าฤดูกาลนี้พวกเขาจะไปจบที่อันดับไหนในตาราง เครดิตเกินครึ่งเราก็ควรยกให้อดีตดาวยิงหมายเลข 21 คนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
คนที่ค่อย ๆ รักษาอาการป่วยของอินทรีฟ้าขาวตัวนี้ทีละนิด ทีละนิด จากฟุตบอลที่เขาสร้่างมันมาอย่างเป็นระบบอีกทั้งยังเต็มไปด้วยแรงกระหายอย่างไม่มีวันหมด
อนุญาตให้ปรบมือได้ตามสะดวก กับคนโปรไฟล์ธรรมดาแต่ฝีมือไม่ธรรมดา
อันเดอร์เรตโค้ชอีกคนของวงการลูกหนังเลี่ยน
บุรุษผู้เป็นคนยิงประตูพาลาซิโอเป็นแชมป์ลีกครั้งสุดท้ายในปี 2000 และอาจจะเป็นโค้ชคนที่พาอินทรีผงาดอีกครั้งบนขวบปี 2020
โปรโมชั่น
คืนยอดเสีย 5% สูงสุด 2,000 บาท
สมัครสมาชิกตอนนี้ 300 ฟรี 200 บาท
แนะนำเพื่อนรับทันที 200 บาท
สมัครสมาชิก ID LINE : @win666

กลับหน้าหลัก

Leave a Reply