โรงงาน

ตลาดอาหารเสริม 2021

ตลาดอาหารเสริม 2021

ตลาดอาหารเสริม 2021 ในตอน 2 ปีให้หลัง เทรนด์สุขภาพได้รับความนิยมอย่างมากแล้วก็มีทิศทางที่จะเติบโตขึ้นกว่า 7% ทั่วโลก ซึ่งสิ่งที่น่าดึงดูดเป็น ‘เทรนด์อาหารอนาคต’ #FutureFood คือ ของกินที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมีสำหรับในการผลิตโดย Future Food จะเข้ามาแปลงอุตสาหกรรมส่งออกจากเดิม ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้นในสมัย 4.0 ซึ่งจะก่อให้เกิดรูปแบบสินค้าที่แปรไป แล้วก็มีการสนับสนุนปรับปรุงในระดับอุตสาหกรรมเข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Future Food มีความหมายต่ออุตสาหกรรมอาหาร เพราะว่าเป็นของกินที่มีความหมายต่อสภาพทางด้านร่างกายแล้วก็ปลอดภัยต่อการบริโภค

จากความอยากที่มากขึ้น ส่งผลวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมต่างๆของบริโภค ตลาด อาหารเสริม 2021 การันตีว่า ผู้ซื้อในทวีปยุโรป ให้ความสำคัญกับการสร้างภัณฑ์ที่เป็นมังสวิรัติ (Vegan) และมีส่วนผสมของน้ำตาลน้อย (Low Lactose) ในขณะที่ผู้ใช้ในทวีปอเมริกาเหนือ ย้ำผลิตภัณฑ์ที่ไม่สารตกแต่งกรรมพันธุ์ (GMO Free) และลูกค้าในทวีปเอเชียนิยมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแล้วก็ไม่มีสารปรุงแต่ง

โดยผู้ซื้อทั่วทั้งโลกยังคงนิยมกินอาหารเสริมแล้วก็วิตามินในชนิดเม็ดแคปซูลมากที่สุดรองลงมา คือ แบบเม็ด แบบผง แล้วก็แบบน้ำ รวมทั้งให้ความเอาใจใส่กับผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ มีฉลากแจ่มกระจ่าง แล้วก็มีความโปร่งใสตรวจทานในที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ได้ โดยคนซื้อทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับการกินอาหารเสริมและวิตามินที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมากกว่าที่ใส่สารปรุงแต่ง รวมทั้งคนซื้อชาวอเมริกัน จำนวนร้อยละ 27 ยอมชำระเงินเพิ่มขึ้น แม้ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นอาหารเสริมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง (whole food ingredients) แล้วก็จำนวนร้อยละ 35 ต้องการรู้แหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์

สำหรับแนวโน้มอาหารเสริมและวิตามินในอนาคต ที่ลูกค้าทั่วโลกให้ความใส่ใจมี 5 ต้นเหตุ เป็นต้นว่า

1.การช่วยสนับสนุนสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health)

ผู้ซื้อทั้งโลกกว่าจำนวนร้อยละ 70 อยากอาหารเสริมหรือวิตามินซึ่งสามารถปรับสมดุลในร่างกายเพื่อช่วยสำหรับในการนอนและลดความเคร่งเครียด โดยเน้นสารสกัดจากสมุนไพรจากธรรมชาติและไม่มีอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะการดูแลและรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหาร เพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคภายในโพรงปาก แล้วก็ช่วยรักษาผิวพรรณ

2.ความไม่สบายใจกับโรคอุบัติใหม่และก็ปัญหาด้านสุขภาพ (New and emerging health concerns)

โดยผู้บริโภคคนอเมริกันร้อยละ 35 จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สร้างภูมิคุ้มกันในสินค้าเสริมของกินและก็เครื่องดื่มตอบแทน คนซื้อคนไทยปริมาณร้อยละ 47 ของผู้บริโภคที่ต้องการอาหารเสริมและวิตามินเพิ่มเติมอีก จะหาซื้อในต้นแบบของกินแล้วก็เครื่องดื่ม แล้วก็ปริมาณร้อยละ 63 จะนิยมเครื่องดื่มบำรุงสายตา ขณะที่ผู้บริโภคชาวเยอรมัน อายุระหว่าง 55-64 ปี ร้อยละ 41 นิยมกินในรูปแบบของโยเกิร์ต

3.การประสมประสานกับของกินและก็เครื่องดื่ม (Align with food and drink)

ผลิตภัณฑ์เสริมของกินแล้วก็วิตามินที่มาจากพืชและก็โปรตีนทางเลือกจะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยผู้ใช้ชาวออสเตรเลียปริมาณร้อยละ 24 ให้ความใส่ใจต่อการเลือกของกินที่พิจารณาถึงความเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม ในตอนที่ผู้ซื้อในยุโรปจำนวนร้อยละ 45 เชื่อว่าการกินอาหารจากพืช (plant-base) ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย รวมทั้งผู้บริโภคชาวโปแลนด์รวมทั้งประเทศฝรั่งเศส ร้อยละ 34 แล้วก็ 35 เป็นลำดับ นิยมรับประทานเครื่องดื่มจากพืช เช่น น้ำนมถั่วเหลืองและโยเกิร์ตที่มาจากพืชมากกว่าสัตว์

4.การประสมประสานกับความสวยความงาม (Beauty Benefit)

กรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ได้รับความนิยมสูงในตอน 5 ปีให้หลัง เหตุเพราะมีคุณสมบัติช่วยลดลางเลือนริ้วรอยแล้วก็ให้ความชื้นต่อผิว โดยพบว่า ผู้บริโภคคนประเทศไทยกว่าร้อยละ 51 มีความสนใจกับอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้น และก็ผู้ใช้คนจีนสนใจกับสินค้าที่ใส่อาหารเสริมและวิตามินในน้ำผลไม้ ยิ่งไปกว่านี้ ผู้สร้างสินค้าในประเทศจีนเริ่มมีการนำกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) มาผลิตเป็นอาหารเสริมในแบบเยลลี่รวมทั้งเครื่องดื่ม ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาสินค้าเพื่อใส่รับกับความปรารถนาของผู้ใช้ในอนาคต

5.การมีฉลากที่ชัดเจนแล้วก็ความโปร่งสบายใสที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ (Clean label and transparency)

ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับฉลากที่กระจ่างแจ้งทั้งยังห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ แล้วก็ฉลากที่ชี้ลักษณะผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ เป็นต้นว่า วัตถุดิบทำจากพืช (plant-based ingredient) สินค้าออแกนิก (Organic) ปราศจากการตัดแต่งกรรมพันธุ์ (GMO-free) ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ (Allergy free) ไหมใส่สารกันเสีย (no preservatives) ฯลฯ

ปรับพฤติกรรมหาทางรอดแล้วก็ช่องทางธุรกิจกลุ่มสูงอายุ

สำหรับแนวโน้มธุรกิจกลุ่มสูงวัยและก็การปรับตัวของผู้ประกอบกิจการในเหตุการณ์โควิดสรุปได้ดังนี้

– ศูนย์ดูแลกรุ๊ปสูงอายุ หรือ Nursing Home ในช่วงวัววิด จำเป็นต้องให้การดูแลอย่างเข้มงวดในมาตรการต่างๆเพื่อปกป้องการรับเชื้อ เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง ศูนย์ฯต่างๆก็เลยมีกฎห้ามยอดเยี่ยมในเดี๋ยวนี้ โดยใช้มาตรการที่ครัดเคร่งนี้เป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าเป็น Safe Zone สำหรับกรุ๊ปสูงอายุ เป็นคุณลักษณะเด่นที่ทำให้ผู้ใช้บริการเชื่อมั่น

– การให้บริการควรมีทั้งยังดูแล สุขภาพร่างกาย (Physical Health ) สุขภาพดวงใจ (Mental Health) แล้วก็สุขภาพด้านสังคม (Social Health) เป็นการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมครบทุกมิติ

ในวิกฤติโควิดหลายธุรกิจได้รับผลพวง ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องปรับนิสัย โฟกัสสิ่งที่เป็น Core Business มี 2 เรื่องหลักที่จะต้องทำ

1.ตัดหมายถึงการค่าใช้จ่ายที่ไม่สำคัญ แม้ธุรกิจยังไม่อาจจะทำเป็นในตอนล็อกดาวน์ ก็บางทีอาจจะต้องปรับตัดดูจาก pain point ผู้ใช้รวมทั้งเข้าไปตอบปัญหานั้น อย่างเช่น สถานที่เสริมความงามถูกปิด ก็ปรับเป็นบริการเดลิเวอรี่ที่บ้าน โดยยังคงเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ธุรกิจสปา หรือ ศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายชะลอวัย ก็ทดลองทำโปรดักท์ สปา สมุนไพร น้ำมันหอมช่วยผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ยกจุดขายเป็นสินค้าลดความเครียดแบบไม่ต้องพึ่งยา ทำเป็นโปรดักท์ครบเซ็ต ขายออนไลน์

2.เพิ่ม ระยะเวลานี้อาจจำเป็นต้องเพิ่มไอเดียใหม่เพื่อหาช่องทางทางธุรกิจที่ยังมีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น หน้ากากอนามัย ที่ผู้คนต้องใช้ทุกวันและยังจำต้องใช้ไปอีกเป็นปี ลองศึกษาต่อว่ามีเทคโนโลยีอะไรที่จะช่วยฆ่าเชื้อโรคเพิ่มความแน่ใจให้คนซื้อ หรือ หน้ากากที่ช่วยถนอมผิว เป็นการเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์ให้ผิดแผก ที่ยังมีโอกาสทำตลาดได้ในยุควัววิด

สรุปเป็น 4 ยุทธวิธีธุรกิจสุขภาพ คือ H-E-L-P Management (การจัดการความให้การช่วยเหลือ)

1.H-Healthy

คนอยากได้มีสุขภาพดีเป็นขั้นแรก ถ้าหากเป็นสถานการณ์ธรรมดา (ไม่ใช่โควิด) พฤติกรรมผู้บริโภคกรุ๊ปดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จะมองทั้งยังด้านเรื่อง Healthy และ Beauty การบริหารจัดแจงทั้ง 2 หัวข้อนี้ก็ไม่เหมือนกัน แต่ว่าในตอนโควิด การมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจะมาก่อน เนื่องจากวันนี้ขอให้ไม่เป็นอันตราย มีชีวิตรอด ยังไม่ต้องงาม (Beauty) ก็ได้โดยเหตุนี้วิธีการทำตลาดผลิตภัณฑ์หรือบริการในกลุ่มสุขภาพ จำต้องนำเสนอจุดขาย ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากการติดเชื้อแล้วก็ทำให้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

2.E-Empathy

การเอาใจใส่ลูกค้า จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ประสงค์ดี (Caring) ผู้ซื้อในสถานการณ์ที่เป็นวิกฤตินี้ โดยสามารถติดต่อสื่อสารกับพวกเขาผ่านเทคโนโลยีแล้วก็ดิจิทัล แพลตฟอร์มต่างๆเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า สนทนาให้ความรู้หัวข้อการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและความงดงาม แม้ในช่วงล็อกดาวน์ที่ยังไม่อาจจะมาใช้บริการได้ธรรมดา อย่าง ธุรกิจฟิตเนส ก็ให้ความรู้ความเข้าใจการออกกำลังกายที่บ้าน ร้านตัดผม มีการสอนตัดผมผ่านหนทางออนไลน์

3.L-Lean

เอาออกทุนที่ไม่มีความสำคัญ เพื่ออยู่รอดในช่วงวัววิด เพราะเหตุว่าในสถานการณ์ล็อกดาวน์แล้วก็มาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาด ทำให้หลายธุรกิจไม่สามารถที่จะเปิดจัดการได้เหมือนเช่นเคย รายได้ต่ำลงไปเป็นอย่างมาก การรักษาสภาพคล่องในขณะนี้เป็นสิ่งจำเป็น ด้วยเหตุว่ายังเดาได้ยากว่าวัววิดจะคลี่คลายเมื่อใดการ Re-business

จากธุรกิจเดิมที่ไม่สามารถที่จะเปิดดำเนินการได้ เพื่อหาช่องทางและก็ช่องทางจากธุรกิจใหม่ๆเป็นสิ่งที่จำต้องปรับพฤติกรรมในระยะนี้ พินิจพิจารณาให้ได้ว่าแหล่งรายได้มาจากไหน แล้วหลังจากนั้นทำได้ 2 ทางเป็นเพิ่มรายได้ หรือลดรายการจ่าย เพื่ออยู่รอด สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดทางธุรกิจ (business instincts) เป็นเรื่องจำเป็น

4.P-Personalize

แนวทางการทำตลาดเฉพาะบุคคล เพราะว่าลูกค้าแต่ละคนมีความต้องการเรื่องสุขภาพไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะรู้เรื่องความอยากได้ของแต่ละคนได้จะต้องมี “ดาต้า” ซึ่งไม่ใช่แค่จำนวนหรือข้อมูล จำเป็นต้องเข้าใจการกระทำลูกค้าว่าถูกใจอะไร เพื่อแก้ pain point ในแต่ละระยะเวลา แม้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถรองรับความต้องการได้อย่างแม่นนำ

ธุรกิจก็มีโอกาสกลับมาฟื้นตัวและก็อยู่รอดได้ในสถานการณ์โควิดที่ยังเป็นวิกฤติช่วงนี้การอยู่รอดและก็ไปต่อได้ของธุรกิจสุขภาพในเหตุการณ์วิกฤติ ในด้านการตลาดจะต้อง Rethink ใส่เรื่องที่ตอบอินไซต์คนซื้อโดยเฉพาะ Safety Healthy และจำต้องรู้เรื่องว่าสุขภาพแต่ละคนแตกต่างการทำ Personalize เป็นเรื่องสำคัญ หัวใจวิธีการทำตลาดก็เลยอยู่ที่ Data Analytic เพราะเหตุว่าธุรกิจสุขภาพเกิดเรื่องระยะยาว จึงต้องติดต่อสื่อสารสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้อยู่ตลอดเวลา เมื่อวิกฤติคลี่คลาย แบรนด์ ที่ดูแลแล้วก็อยู่ข้างลูกค้ายังเป็นคงเป็นตัวเลือกแรกๆ

somegirlsfilm